ความรู้ทั่วไป

สแตนเลส มีเกรดอะไรบ้าง แบบไหนที่เหมาะกับคุณ?

สแตนเลส มีการแบ่งเกรดและประเภทต่าง ๆ มากมาย เพื่อให้เหมาะกับการใช้งานในรูปแบบต่าง ๆ ดังนั้นเพื่อให้เข้าใจถึงคุณสมบัติของสแตนเลสอย่างชัดเจน ทาง เพาเวอร์ สเตนเลส สตีล จะพามารู้จักประเภทของสแตนเลสยอดนิยมที่ใช้งานกันเป็นหลัก รวมถึงความโดดเด่นว่าแต่ละประเภทมีอะไรพิเศษกันบ้าง


ประเภทและคุณสมบัติของสแตนเลส

  • สแตนเลสเกรด 202
    SUS 202 เป็นสแตนเลสที่มีส่วนผสมของโครเมียม นิกเกิล แมงกานีส ส่งผลให้แม่เหล็กดูดแล้วไม่ติด ราคาถูกแต่ไม่ค่อยทนต่อสนิมและการกัดกร่อนมากนัก จึงถูกนำมาใช้งานในกลุ่มงานด้านฮาร์ดแวร์หรืองานที่ไม่ต้องสัมผัสน้ำ ความชื้น เช่น บานพับประตู หน้าต่า
  • สแตนเลสเกรด 304
    หรือ SUS 304 เป็นกลุ่มสแตนเลสที่ได้รับความนิยมอย่างมากในการนำมาใช้งาน ส่วนผสมหลักคือ โครเมียม 18% นิกเกิล 8% ซึ่งในวงการสแตนเลสบางคนจึงเรียกว่า 18/8 ไม่มีส่วนผสมของสารโมลิบดีนัม ธาตุคาร์บอนต่ำมาก จึงมีคุณสมบัติเด่นคือ ไม่ก่อให้เกิดสนิม ทนทานต่อสารกัดกร่อน และด้วยความเหนียวแน่นของสารประกอบที่สูง ส่งผลให้มีความยืดหยุ่นและสร้างรูปทรงต่าง ๆ ได้ดี นิยมใช้กับงานเครื่องครัว
  • สแตนเลสเกรด 316
    SUS 316 คือเกรดสแตนเลสรองลงมาจากแบบแรก ด้วยการเพิ่มสารโมลิบดีนัมเข้าไป จึงยิ่งทนทานต่อสนิมและการกัดกร่อนมากขึ้นโดยเฉพาะบรรดาคลอรีนทั้งหลาย มักถูกนำไปใช้งานกับอุตสาหกรรมอาหาร ห้องแล็บ หรือกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องใช้สารเคมีหนัก ๆ
  • สแตนเลสเกรด 420
    หรือ SUS 420 ก็ยังมีส่วนผสมใกล้เคียงกับ SUS 304 ทว่าจะไม่มีการนำเอาสารนิกเกิลเข้ามาใส่ ส่งผลให้เวลาเอาแม่เหล็กมาวางแล้วจะดูดติด แต่ไม่แน่นเท่ากับเหล็ก คุณสมบัติของสแตนเลสชนิดนี้คือ ป้องกันสนิมได้ระดับหนึ่ง แต่แข็งแรงมากเพราะผสมคาร์บอนเข้าไปถึง 0.15% มักถูกนำไปใช้กับอุปกรณ์ของมีคมต่าง ๆ เช่น มีด, กรรไกร ฯลฯ
  • สแตนเลสเกรด 430
    SUS 430 จะคล้ายกับแบบ SUS 420 มาก ทว่ามีการผสมคาร์บอนเข้าไป 0.12% จึงเหนียวและแข็งแรง มักถูกนำไปใช้กับงานที่ต้องรองรับน้ำหนักเยอะ ๆ หรือรับแรงกระแทกแรง ๆ

สรุปแล้ว สแตนเลสเกรดไหนที่เหมาะกับเครื่องครัวที่สุด?

จากที่กล่าวมานี้ จะเห็นได้ว่า สแตนเลส 304 จะเป็นตัวเลือกหลักในการผลิตอุปกรณ์เครื่องครัว เพราะด้วยคุณสมบัติของสแตนเลส 304 ที่มีส่วนผสมของโครเมียม 18% ซึ่งเมื่อเจอกับออกซิเจนในอากาศ จะสร้างแผ่นฟิล์มบางเคลือบตัวอุปกรณ์ ทำให้ทนทานต่อการกัดกร่อน เกิดสนิมได้ยาก และไม่ดูดซึมรสชาติ กลิ่น หรือสารอาหารใด ๆ ช่วยให้คงคุณภาพอาหารได้อย่างดี อีกทั้งสแตนเลสนี้ยังทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย น้ำหนักไม่มากจนเกินไป ใช้งานได้ดี ทำให้ตอบโจทย์ทั้งการทำอาหารภายในบ้านและร้านอาหารได้เป็นอย่างดี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น